ปรัชญาตาล

posted on 14 Aug 2010 22:12 by tan4oct

ความนุ่มนวลพิชิตความแข็งกระด้าง

ความอ่อนโยนพิชิตความแข็งแกร่ง

เป็นเหตุผลที่ทุกคนรู้ดี

แต่น้อยคนนักที่จะทำได้

 

....ปรัชญาเต๋า

 

 

 

 

อารมณ์ก็เหมือนเชือก

หากขึงตึงตลอดเวลา

เมื่อมีอะไรมากระทบ

ก็จะสะเทือนขึ้นลง

แรงและเร็ว

เหมือนกับคนที่อยู่อย่างเคร่งเครียด

คาดหวังในตัวคนอื่นหรือแม้กระทั่งตัวเองมากไป

เมื่อมีสิ่งที่ทำให้ผิดหวัง

ก็จะเกิดโทสะที่รุนแรง

และอาจผลุนผลันทำสิ่งที่ไม่คาดคิดได้

 

ต่างกับเชือกที่หย่อน

ถึงจะดูโย้เย้ไร้ความเป็นระเบียบ

แต่หากมีสิ่งใดมากระทบ

มีสะเทือนบ้าง

แกว่งไปมาอย่างมีจังหวะ

ช้าและเบา

เปรียบเหมือนคนที่ปล่อยวาง

ไม่คาดหวัง

ไม่เร่งเร้า

ไม่เหนื่อย

ชีวิตก็มีความสุข

 

....ปรัชญาตาล

 

 

in darkness night

posted on 09 Jul 2010 13:49 by tan4oct

... แด่ ลุงแก่ๆ สวมชุดสูทผูกหูกระต่าย ณ ห้องน้ำสถานีรถไฟใต้ดินเพนซิลวาเนี่ย

 

พอใกล้ส่งโปรเจ็ค ก็กลับมาติดคอมเหมือนเดิม...


เมื่อวานได้เข้าฟังเลกเชอร์เรื่องราวของสถาปนิกท่านหนึ่ง LOUIS I.KAHN เดอะ เกรทท่านหนึ่งจากยุค
โมเดิร์น อาจารย์เล่าแบบขบขันว่าคาห์นเป็นเต็กที่มีเมียตั้ง 3 คน ไปจนถึงเปรียบเปรยว่าคาห์นเป็นดั่ง
นักดนตรีแจ๊ส แต่ตอนท้ายจบเศร้า คาห์นเสียชีวิตเพราะหัวใจวาย และถูกพบในห้องน้ำสถานีรถไฟ
ใต้ดินเพนซิลวาเนีย อาจารย์กล่าวว่า นึกสภาพตอนนั้น ก็คงเป็นลุงแก่ๆใส่สูท ที่หัวใจวาย ไม่แปลก
ประหลาด แต่ส่วนตัวติดใจไม่น้อย ว่าเกรทเต็คอย่าง หลุยส์ ไอ คาห์น เชียวนะ ...อื้มมมมม
เสียใจ(เสียงแบบโฆษณาพนันบอล ของพี่ต่อ)อย่างอันโตนิโอ เกาดีอีกท่านที่กำลังข้ามถนนจะไป
สร้างงานต่อ (Sagrada Familia)  ก็ถูกรถรางชน และด้วยการแต่งตัวที่ซอมซ่อ ใครล่ะจะทราบว่านี่คือ
ศิลปินเอกของเมือง เลยพาไปส่งที่โรงพยาบาลอนาถา อยู่ได้แค่ 3 วัน ก็จากไปโดยที่ Sagrada Familia
ยังสร้างไม่เสร็จเลย

 

ความเป็นจริง โดยมากคนเลือกที่จะจดจำหน้าตาของสถาปัตยกรรมมากกว่าสถาปนิกเจ้าของผลงาน    
หลายคน(นอกเหนือจากนักศึกษาสถาปัตย์)รู้จัก Guggenheim Museum   แต่ไม่รู้ว่า Frank Lloyd Wright เป็นสถาปนิก หลายคนรู้จัก เก้าอี้บาเซโลน่าแต่ไม่รู้ว่า MIES van de ROHE เป็นคนออกแบบ

 

เมื่อก่อนเคยคิดว่างานของเหล่าเกรททั้งหลายว่า เพราะเป็นเกรทสินะ ถึงมีสิทธิทำงานแบบนี้
ฟอร์มแบบนี้ จัดฟังก์ชั่นแบบนี้ สเก็ตแบบนี้ ลองเป็นเรา อาจารย์เอามีดมาจ้วงแทงแน่ๆ
แต่พอถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะเกรทหน้าไหน ลองมาเดินถนนก็เป็นคนธรรมดาที่ใครๆ ก็ไม่รู้จักอยู่เหมือนกัน


ดั่งคำที่ MIES กล่าวไว้  "I don't want to be interesting. I want to be good "

 

 

 

 

ปล.อัพบล็อกทั้งที ได้แค่เนี๊ยแหล่ะ บ่นไปยาวๆ ฮี่ๆๆ :D

 

ได้รับฟอเวิร์ดเมลล์ฉบับหนึ่งจากเพื่อนดูแล้วจี๊ดใจ คนรักสเลอปี้

อยากได้ ๆๆๆๆๆ ชั้นจะต้องทำให้ได้ ฮ่าๆๆๆ

 

Photobucket Photobucket

ปล.เรื่องปกติของ ม.เกษตร โดยเฉพาะคณะวิศวะ -*-

หลักการทำคือกดมาให้พูนก่อนเล็กน้อยเดินไปขอ หลอกจากพนักงานมาปักอย่างน้่อย 4 แท่งกำลังดี
รอให้น้ำไหลไปกองที่ก้น แก้ว ด้านบนจะเริ่มแข็งตัวเพราะเหลือแต่น้ำแข็ง
พอแข็งได้ทีกดต่ออีกชั้น แล้วรอให้แข็งตัว ถ้าเริ่มจะรับไม่ไหว ไปขอหลอดเพิ่มแล้วทำแบบเดิม เป็นชั้นๆ ขึ้นไป

หลังจากที่เริ่มทำจนเชี่ยวชาญแนะนำให้ฝึกทำแบบไม่ ใช้หลอดช่วยอาศัยการแข็ง ตัวอย่างเดียว ถ้าทำได้สูง 1 ฟุต คุณก็จะบรรลุวิชาการกดสเลอร์ปี้ขั้น adv แล้ว

ปล.แนะนำว่าถ้าจะฝึกไป ฝึกที่ ม.เกษตร เซเว่นสาขาตึก ศร.1 เพราะพนักงานเค้าเห็นจนชินกันหมดแล้ว หรือจะใช้ความสามารถส่วนตัวฝึกที่เซเว่นสาธารณะก็แล้วแต่"

 

 

ขอบคุณ ฟอเวิร์ดเมลล์จากระเด่น

ปล.ใครไปทำตาม ก็ระวังพี่แคชเชียด้วยนะ อิอิ